คุณพ่อเคลือบ - คุณแม่ทองคำ วัฒนศิริ คุณพ่อเคลือบ - คุณแม่สำเภา วัฒนศิริ |
คุณแม่สำเภา วัฒนศิริ เป็นบุตรีของผู้ใหญ่เขียน นางเจียน กรศรี เป็นหลานสาวของตากำนันสุ่น ยายนา กรศรี เกิดที่บ้านหัวป่า หมู่ ๑ คำบลบางสมัคร อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๔๕๕ มีพี่น้องบิดา มารดาเดียวกัน ๖ คน ดังนี้
แม่เล่าให้ฟังต่อไปว่า พี่สาวคือ นางทองคำได้สมรสกับ นายเคลือบ และมีบุตรด้วยกัน ๓ คน คือ น.ส.จ้อย นางทองดี นายสุวรรณ เมื่อนางทองคำ คลอดบุตรชายคือ นายสุวรรณมาได้ ๕ เดือน นางทองคำก็ล้มป่วยและถึงแก่กรรมลง ทิ้งลูกชายวัย ๕ เดือน ไว้ให้ดูต่างหน้า พี่น้องวงศาคณาญาติทั้งสองฝ่ายก็ปรึกษากันและเห็นว่า แม่สำเภาเป็นสาวสมควรจะแต่งงานได้ประกอบกับหลานทั้ง ๓ ยังเยาว์วัยไม่มีใครดูแล สมควรที่แม่สำเภาจะแต่งงานกับพ่อเคลือบ เพื่อจะได้ดูแลเลี้ยงหลานๆ ด้วย แม่บอกว่าไม่ได้รักพ่อเคลือบ เพียงแต่นับถือในฐานะพี่เขยเท่านั้น แต่ด้วยใจรักสงสารหลานทั้ง ๓ ทั้งๆที่ ขณะนั้นพ่อเคลือบอายุ ๓๕ ปี ส่วนแต่สำเภาอายุเพียง ๒๐ ปี ห่างกันถึง ๑๕ ปี แต่เพราะความเสียสละทั้งชีวิตร่างกาย เพื่อมาดูแลหลานทั้ง ๓ ให้เหมือนกับแม่ทองคำขณะมีชีวิตอยู่ จึงเห็นว่า แม่สำเภาเป็นผู้ที่จิตใจสูงส่ง มีเมตตาและเสียสละ ควรแก่การกราบไหว้บูชาของลูกๆ ต่อมาแม่มีบุตรกับพ่อเคลือบอีก ๕ คน คือ
เมื่อปี พ.ศ.๒๔๙๓ ขณะนั้นแม่มีอายุได้ ๓๕ ปี พ่อเคลือบได้ล้มป่วยลงด้วยโรคมะเร็ง (ซึ่งขณะนั้นเรียกว่าวัณโรคตับ) แม่ได้พาพ่อไปหาหมอรักษาจนทั่ว ทั้งหมอโรงพยาบาลและหมอโบราณ แต่พ่อก็ไม่หายจนถึงแก่กรรมลงในเวลาต่อมา พ่อสั่งแม่ว่าที่นาที่มีอยู่ให้กับลูกผู้หญิง เพราะพ่อห่วงลูกผู้หญิงมาก แต่แม่ก็ไม่ได้ทำตามที่พ่อบอก เพราะเห็นว่าทุกคนก็เป็นลูกเหมือนกัน ทั้งลูกแม่ทองคำและลูกแม่สำเภาเอง เพราะความรักลูกทุกคนของแม่ และไม่มีจิตคิดลำเอียงทุกคนจึงได้สมบัติที่พ่อทิ้งไว้ให้เท่าเทียมกัน พี่จ้อยเสียชีวิตเมื่อตอนเป็นสาว ส่วนเด็กหญิงสีชมพูเสียชีวิตก่อนพ่อตายไม่กี่เดือน หลังจากนั้นแม่ก็อดทนทำกินเลี้ยงลูกทั้ง ๖ คน มาด้วยความเหน็ดเหนื่อยอาศัยความอดทน อดออมและประหยัด ด้วยการทำนา จากผืนดินที่พ่อทิ้งไว้ให้ โดยไม่ย่อท้อแม้จะมีคนมาสุงสิงด้วย แม่ก็ไม่สนใจ มุ่งแต่จะเลี้ยงลูกทั้ง ๖ คน ให้เจริญเติบโต มีความก้าวหน้าต่อไปในอนาคต บัดนี้แม่มีอายุมาก เข้าสู่วัยชราปีนี้ ๒๕๕๑ นับได้ ๙๖ ปี (๘ รอบ) แล้ว ก็ขออวยพรให้ลูกหลานของแม่ทุกคน มีชีวิตรุ่งเรือง สุขภาพแข็งแรงต่อไป
นายมังกร วัฒนศิริ |
ผู้แต่ง ::: นายสงกรานต์ วัฒนศิริ
"เฮ้ยน้ำขาวมาแล้วโว้ย" ใครที่เห็นน้ำขาวมาแล้วก็จะตะโกนบอกด้วยความดีใจ...น้ำขาวนี่ไม่ใช่เหล้าหรือน้ำเมาอะไรนะ...เป็นน้ำในลำคลอง น้ำจะเป็นสีขาวขุ่น เหมือนน้ำต้มหอยแมลงภู่ น้ำจะจืดสนิท ที่ผู้คนแถวบ้านฉันเขาดีใจกันก็เพราะว่า ถึงเวลาที่จะได้ลงมือทำนากันแล้ว หลังจากหยุดยาวมาหลายเดือน น้ำขาวนี่จะมาปีละครั้งเท่านั้น ชาวนาหากได้ทำนาก็จะดีใจ ผลผลิตที่ได้ก็จะเป็นเงินตราเอามาจับจ่ายใช้สอยอยู่ดีมีสุข และก็หน้านี่อาหารการกินก็จะสมบูรณ์ดี ผักปลาหาง่าย พอตอนเย็นๆ เราก็จะไปปักเบ็ดตามริมคลองโดยใช้เหยื่อเป็นสบู่ เป็นสบู่กรดบ้าง สบู่ซันไลต์บ้าง หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ เท่าลูกเต๋า มักจะได้เป็นปลาดุก ปลาด้าน บางคนก็ใช้เหยื่อกุ้งบ้าง ไส้เดือนบ้าง คนสมัยนี้บางคนอาจไม่รู้ว่าปลาด้านเป็นปลาอะไร ? เป็นปลาดุกด้าน ตัวจะโตกว่าปลาดุกอุย สีผิวจะขาวไม่เหมือนปลาดุกอุย เขาเรียกว่าปลาดุกด้าน
แถวบ้านฉันก็จะมีบ้านตาหล่อเป็นเจ้าแรกที่ออกทำนาพอเสียงกังหันบ้านตาหล่อดังว้าว... ว้าว...พวกเราซึ่งยังเป็นเด็กๆ ก็จะดีใจเตรียมกระป๋องกะแป้งไปเก็บแห้วกัน เป็นแห้วนา ขึ้นอยู่ในนามีหัวอยู่ในดินเม็ดเล็กๆ ประมาณปลายนิ้วก้อย เอามาต้มหรือกินดิบๆ ก็ได้รสออกจะหวานนิดๆ มันๆ อย่างที่เขาพูดกันว่ามันเหมือนแห้ว แห้วนานี่ก็แปลกเหมือนกัน หากไม่ได้ขึ้นอยู่ตามตะกล้าจะไม่ค่อยลงหัว พูดถึงตะกล้านี่ไม่ใช่ตะกร้าใส่ของนะ แต่หมายถึงเป็นที่ๆ เขาเอาไว้ตกกล้า นาดำต้องหว่านกล้าก่อนแล้วจึงค่อยเอาไปปักดำอีกที บางคนเรียกว่าตกกล้า ที่ๆ ใช้สำหรับตกกล้า ทำไมเขาเรียกว่าตากล้าก็ไม่รู้เหมือนกัน
มีต่ออีกรอแป๊บ....


